มารู้จักสติกเกอร์

ในโลกของธุรกิจขณะนี้มีการแข่งขันกันสูงมากเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด การที่จะเหนือกว่าคู่แข่งได้ หน่วยงานหรือองค์การนั้นๆต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ รวมถึงการบริการหลังการขาย ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญการพัฒนาสติกเกอร์ฉลากสำหรับพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขึ้นมารองรับการเติบโตของเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูง ย่อมทำให้ผู้ใช้งานสติกเกอร์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย ลดต้นทุนการพิมพ์ ลดต้นทุนเวลาในการทำงาน แต่เพิ่มศักยภาพในการจัดการ ทั้งนี้ด้วยความหลากหลายของสติกเกอร์ฉลากที่เรา บริษัท เลเบล คอนเวอร์เตอร์ จำกัด ผู้ผลิตสติกเกอร์ตราสินค้า ลาเบลลอน และ คลิกลาเบล (Labellon & Click Label) มีการศึกษาและพัฒนาสินค้าสติกเกอร์ฉลากมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งนอกจากสติกเกอร์ฉลากสินค้าพร้อมไดคัท เรายังผลิตสติกเกอร์พร้อมพิมพ์ให้กับองค์กร หน่วยงานราชการ รวมทั้งภาคอุตสาหกรรม อีกมากมาย จึงทำให้ท่านมั่นใจได้ว่า สินค้าจากเราที่ดีมีคุณภาพ จะช่วยทำให้การแข่งขันของท่านประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน

ส่วนประกอบพื้นฐานของสติกเกอร์
สติกเกอร์ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์ป้ายชนิดต่างๆ สติกเกอร์ติดรถยนต์ สติกเกอร์ฉลากสินค้า และสติกเกอร์อีกมากมายนั้น ล้วนประกอบขึ้นจากพื้นฐานที่เหมือนกันคือ แผ่นหน้า(Face stock) ชั้นกาว(Adhesive Layer) ชั้นซิลิโคน(Silicone Layer) และชั้นรองหลัง(Liner) ซึ่งถ้าพูดกันจริงๆแล้ว เราใช้งานจริงๆแค่แผ่นหน้า(Face stock) ที่มีกาวเคลือบไว้เท่านั้น ส่วนที่เหลือก็ทิ้ง ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร แต่ก็จะพบว่ามีลูกค้าจำนวนมากที่ต้องระบุว่ารองหลังชนิดนั้นชนิดนี้ทั้งๆที่แผ่นหน้าและเนื้อกาวมีความสำคัญกว่ามากเพราะต้องเหมาะสมกับการใช้งานจริงๆ

การนำไปใช้งาน
เมื่อเรารู้แล้วว่าเราอยากได้สติกเกอร์ใช้งาน วิธีเลือกว่าจะนำไปใช้อย่างไรดีนั้น เราต้องรู้ก่อนว่าเราจะนำไปใช้กับอะไร ยกตัวอย่างเช่น

นำไปติดบนวัสดุอะไร กระดาษ ชิ้นงานโลหะ ขวดแก้ว แผ่นพลาสติก อาจรวมถึงขวดพลาสติก

สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ความเรียบของพื้นผิว ความโค้งของพื้นผิว พื้นที่ที่ต้องการติด ลักษณะการนำไปใช้เช่น อุณหภูมิ ความชื้น สิ่งแวดล้อมที่วัสดุนั้นต้องวางไว้เช่น ห้องเย็น ภายนอกอาคาร ภายในอาคาร เป็นต้น

สติกเกอร์สำหรับพิมพ์ด้วยระบบพิมพ์เลเซอร์และอิงค์เจ็ทในท้องตลาดมีให้เลือกกี่แบบ
สามารถจำแนกสติกเกอร์ได้ตามลักษณะของเครื่องพิมพ์ ดังนี้

เครื่องพิมพ์เลเซอร์

แผ่นหน้า (Face Stock) : ต้องสามารถทนความร้อนของลูกกลิ้งความร้อนที่มีความร้อนสูงเกือบ 100 องศาเซลเซียส ในบางเครื่องพิมพ์ที่ออกแบบระบบให้รองรับการพิมพ์ด้วยความเร็วสูงนั้น ความร้อนอาจจะสมจนเกินกว่า 100 องศาเซลเซียสได้ ซึ่งหากแผ่นหน้านี้ไม่สามารถทนความร้อนได้ จะละลายติดในเครื่องพิมพ์ ซึ่งทำความเสียหายต่อเครื่อง ทำให้งานล่าช้า สิ้นเปลือกค่าซ่อมบำรุง กรณีแผ่นหน้าเป็นกระดาษแท้ๆ ไม่ละลายแน่นอน แต่ถ้าเป็นฟิล์มหรือกระดาษสังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของเนื้อพลาสติกที่ทนความร้อนไม่ได้ มีการยืดหด หลอมละลาย ย่อมสร้างปัญหาให้งานของคุณแน่นอน ซึ่งฟิล์มที่ไม่แนะนำเลยคือฟิล์มพีวีซี (PVC Film) เพราะเมื่อได้รับความร้อน ฟิล์มชนิดนี้จะหดตัว และหากความร้อนสูงขึ้นถึง 100 องศา จะพบว่าละลายได้

เนื้อกาวของสติกเกอร์ (Adhesive Layer) : จะเป็น Acrylic Base Adhesive ซึ่งจริงๆจะมีหลากหลายคุณสมบัติ แต่ที่ต้องเน้นใช้งานกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่มีความร้อนในการพิมพ์นั้น สำคัญมากที่เนื้อกาวจะต้องทนความร้อนได้ดี ต้องไม่ละลายติดลูกกลิ้งความร้อนที่เป็นตัวทำให้หมึกพิมพ์(Toner)หลอมละลายติดลงบนวัสดุพิมพ์ นอกจากจะช่วยให้ลูกกลิ้งไม่พังแล้ว ก็ยังช่วยให้งานพิมพ์ไม่สะดุด หยุดเช็ดเครื่องบ่อยๆ ไม่สูญเสียสติกเกอร์ในการทำงาน

แผ่นรองหลัง (Liner) : หน้าที่ของแผ่นรองหลังคือเป็นแผ่นประคองให้สติกเกอร์ทั้งแผ่นไม่โค้งงอ ไม่ว่าจะก่อนพิมพ์หรือหลังพิมพ์ ซึ่งจะต้องทนความร้อนได้ไม่หด ย่น กรอบ หรืออื่นๆที่จะส่งผลในการป้อนกระดาษและคุณภาพงานพิมพ์ แผ่นรองหลังที่ดีไม่ควรมีส่วนผสมของชั้นพลาสติกฟิล์มเพราะจะทำให้กระดาษอาจเกิดการหดงอ แล้วอาจส่งผลต่องานพิมพ์อันเนื่องจากไอระเหยของพลาสติกฟิล์มนั้นๆ

นี่เป็นข้อมูลคร่าวๆจากประสบการณ์ในการทำงานของเราครับ เอาไว้มาต่อกันในบทความหน้านะครับ จะมีข้อมูลเกร็ดความรู้มาบอกต่อกันอีก คอยติดตามนะครับ 

share this